คัมภีร์แพ็คของ: วิธีแพ็คพัสดุให้ปลอดภัย ไม่เสียหาย (ฉบับมืออาชีพ)
สถิติระบุว่าสินค้าเสียหายจากการขนส่งกว่า 70% เกิดจาก "การแพ็คที่ไม่ถูกต้อง" (Internal Packaging) ไม่ใช่การโยนของเพียงอย่างเดียว การแพ็คดีคือด่านแรกที่ช่วยปกป้องสินค้าของคุณ และยังสร้าง Unboxing Experience ที่ดีให้ลูกค้าด้วย
1. กฎเหล็ก "ห้ามมีที่ว่าง" (No Empty Space)
ศัตรูตัวฉกาจของการขนส่งคือ "ช่องว่างในกล่อง" เพราะเมื่อเกิดที่ว่าง สินค้าจะกลิ้งไปมากระแทกกันเอง หรือกล่องอาจยุบตัวเมื่อถูกทับ
วิธีแก้:
- เลือกขนาดกล่องให้พอดีกับสินค้าที่สุด ไม่เล็กจนดันกล่องบวม และไม่ใหญ่จนโหวงเหวง
- ยัดไส้ (Fillers): หากมีช่องว่าง ต้องยัดด้วยกระดาษฝอย, ถุงลม (Air Bag), โฟมตัวหนอน หรือเศษบับเบิ้ล จนกว่าจะเขย่ากล่องแล้วไม่ได้ยินเสียงของขยับ
2. เทคนิคการห่อบับเบิ้ล (Bubble Wrapping)
การห่อบับเบิ้ล 1 ชั้นบางๆ แทบไม่ช่วยอะไรเลยสำหรับสินค้าแตกหักง่าย มาตรฐานที่แนะนำคือ:
- สินค้าทั่วไป: ห่อ 2-3 ชั้น
- แก้ว/เซรามิก/ของเหลว: ห่อ 4-5 ชั้น และควรมีกระดาษลูกฟูกกั้นระหว่างชิ้น (Partition) เพื่อไม่ให้กระทบกันเอง
- เคล็ดลับ: หันด้าน "ฟองอากาศ" เข้าด้านใน (ให้สัมผัสสินค้า) เพื่อให้เม็ดบับเบิ้ลโอบอุ้มผิวสินค้าและกระจายแรงกระแทกได้ดีกว่า
3. การปิดกล่องแบบ H-Taping Method
การแปะเทปแค่เส้นเดียวตรงกลาง (I-Shape) ไม่เพียงพอสำหรับกล่องที่ต้องเดินทางไกล โดยเฉพาะกล่องหนักๆ วิธีที่สากลยอมรับคือ "H-Taping"
- 1. แปะเทปยาวตลอดแนวฝากล่อง (Seam)
- 2. แปะซีลทับขอบด้านข้าง (Edges) ทั้งซ้ายและขวา
- 3. ทำแบบเดียวกันทั้งด้านบนและด้านล่างกล่อง
วิธีนี้จะช่วยล็อคโครงสร้างกล่องให้แข็งแรงขึ้นเหมือนรูปตัว H และป้องกันฝุ่น/ความชื้นเข้าทางรอยต่อ
4. Warning Label: สติ๊กเกอร์ระวังแตก
การติดสติ๊กเกอร์ "ระวังแตก" (Fragile) หรือ "ห้ามโยน" ในตำแหน่งที่เห็นชัดเจน (ควรติด 2-3 ด้าน) ช่วยเตือนสติพนักงานคัดแยกได้จริง โดยเฉพาะการเขียนกำกับด้วยปากกาเคมีตัวใหญ่ๆ เช่น "ระวังมากๆ แก้วครับ/ค่ะ"
หากคุณไม่มีอุปกรณ์ หรือกลัวแพ็คไม่เก่ง ที่สาขาของเรามี บริการแพ็คให้ฟรี! (คิดแค่ค่ากล่อง/อุปกรณ์) เรามีทีมงานมืออาชีพพร้อมบับเบิ้ลหนาๆ รับรองว่าของถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัยแน่นอน