กลับหน้ารวมบทความ

COD (Cash on Delivery) คืออะไร? ทำไมร้านค้าออนไลน์ต้องมี?

ในยุคที่การซื้อของออนไลน์เป็นเรื่องปกติ แต่ลูกค้าจำนวนมากยังคงกังวลเรื่องการ "โดนโกง" หรือ "ได้ของไม่ตรงปก" บริการ COD (Cash on Delivery) หรือ เก็บเงินปลายทาง จึงกลายเป็นฮีโร่ที่ช่วยปิดการขายได้ง่ายขึ้นมหาศาลครับ

COD ทำงานอย่างไร?

กระบวนการทำงานของ COD นั้นง่ายมาก:

  1. ผู้ส่ง (ร้านค้า): ส่งสินค้าที่สาขา Express Center และเลือกบริการ COD พร้อมระบุยอดเงินที่ต้องการเก็บ
  2. ขนส่ง: นำพัสดุไปส่งให้ผู้รับ และเก็บเงินสด (หรือสแกนจ่าย) จากหน้าบ้านลูกค้า
  3. การโอนคืน: บริษัทขนส่งจะโอนเงินที่เก็บได้ คืนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ส่ง (ภายใน 1-3 วันทำการ แล้วแต่เงื่อนไขแต่ละค่าย)

ข้อดีของการมีบริการเก็บเงินปลายทาง

  • เพิ่มยอดขายทันที: ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องเสี่ยงโอนเงินก่อน
  • ขยายฐานลูกค้า: เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ไม่มี Mobile Banking หรือไม่สะดวกโอนเงิน
  • ดูน่าเชื่อถือ: ร้านค้าที่มี COD ดูมีความเป็นมืออาชีพและมั่นใจในสินค้าของตัวเอง

ค่าธรรมเนียม COD คิดยังไง?

หลายคนกังวลเรื่องค่าธรรมเนียม จริงๆ แล้วไม่ได้แพงอย่างที่คิดครับ โดยเฉลี่ยแต่ละขนส่งจะคิดค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 2.5% - 3% ของยอดเก็บเงินปลายทาง

ตัวอย่างการคำนวณ:
หากคุณขายของราคา 1,000 บาท
ค่าธรรมเนียม COD 3% = 30 บาท
เงินที่จะโอนเข้าบัญชีคุณ = 970 บาท
(บางร้านนิยมบวกค่าธรรมเนียมนี้รวมไปในราคาสินค้า หรือบวกเพิ่มค่าส่งสำหรับลูกค้าที่เลือก COD)

สมัคร COD ยุ่งยากไหม?

ที่ Express Center สมัครง่ายมากครับ! เพียงเตรียมเอกสารดังนี้มาที่สาขา:

  • บัตรประชาชน (ตัวจริง)
  • สมุดบัญชีธนาคาร (หน้าแรกที่เห็นชื่อและเลขบัญชีชัดเจน)

เจ้าหน้าที่ของเราจะทำการสมัครและผูกบัญชีให้ทันที รออนุมัติไม่นานก็เริ่มส่งแบบเก็บเงินปลายทางได้เลยครับ รองรับทั้ง Flash, Kerry, J&T และไปรษณีย์ไทย ในที่เดียว!